โคตรแปลก# จับผู้หญิงมา “กระทำ” ในช่วงมีประจำเดือน หลังกล่าวว่าพวกเธอคือสิ่งสกปรก !!

บนโลกนี้นั้นมีวัฒนธรรมและความเชื่อแปลกๆอยู่มากมายตามแต่ละท้องถิ่น ซึ่งความเชื่อบางอย่างนั้นก็ดูเหมือนว่าจะสวนกระแสของสังคมโลกส่วนใหญ่ จนบางทีอาจจะถูกมองว่า “ป่าเถื่อน” แต่ก็ต้องยอมรับว่า บางทีความเชื่อเหล่านั้นมันก็ฝังรากลึกลงไปในสังคมของท้องถิ่นนั้นๆ จนยากที่จะลบล้างมันไปได้

 

วันนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จัความเชื่อสุดแปลกอย่างหนึ่งของท้องถิ่นในภาคตะวันออกของเนปาล ที่นักสิทธิสตรีและนักสิทธิมนุษยชนอาจจะมองดูว่า ความเชื่อเหล่านี้เหมือนเป็นการดูหมิ่นสตรีเรื่องราวจะแปลกแค่ไหนเลื่อนลงไปชมพร้อมๆ กันเลย
“เชาช์ปูดี」 เป็นชื่อเรียกกระท่อมเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณท้ายหมู่บ้านในพื้นที่แถบภาคตะวันออกของประเทศเนปาล ซึ่ฃชาวเนปาลีในภาคตะวันออกนั้นมีความเชื่อว่า “สตรีที่มีประจำเดือน หรือเพิ่งคลอดลูก” พวกเธอคือสิ่งสกปรก ไม่บริสุทธิ์ สตรีชาวเนปาลไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ เมื่อเข้าสู่ช่วงรอบเดือนพวกเธอก็จะย้ายตัวเองเข้ามาอาศัยอยู่ในเชาช์ปูดีจนกว่าจะหมดประจำเดือน เมื่อนั้นถึงจะได้กลับเข้าสู่ชุมชนและครอบครัวได้

การมีรอบเดือนของผู้หญิง ถือว่าเป็นกลไกที่ธรรมชาติสร้างให้ผู้หญิงทุกคนบนโลกนั้นเป็นเหมือนกันทุกคน แต่ความเชื่อของชาวฮินดูในภาคตะวันออกของประเทศเนปาลนั้น ในช่วงที่มีรอบเดือนพวกเธอเป็นเหมือนของสกปรก (รวมไปถึงผู้ที่เพิ่งคลอดลูกด้วย) นอกจากจะต้องเนรเทศตัวเองไปอยู่ในกระท่อมเล็กๆ ที่ไม่มีแม้แต่ผ้าห่มต้องใช้สิ่งที่เหมือนกับพรมผืนเล็กๆห่มเพื่อป้องกันความหนาวแล้ว พวกเธอยังถูกห้ามมิให้สัมผัสร่างกายของผู้อื่น

ห้ามมิให้กินอาหารประเภท นม เนย เนื้อสัตว์หรือว่าอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ เพราะเชื่อว่าเมื่อใดที่พวกเธอสัมผัสอาหารพวกนี้แล้ว มลทินที่อยู่กับพวกเธอในช่วงที่มีประจำเดือนนั้นก็จะแปดเปื้อน เพราะอาหารจำพวก นม เนย เนื้อสัตว์นั้นเป็นเหมือนสินค้าที่คนในชุมชนใช้ซื้อขายเพื่อเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ในระหว่างที่มีรอบเดือนพวกเธอก็กินได้แต่ข้าวกับเกลือและอาหารแห้งอื่นๆเท่านั้น

แน่นอนว่าการกีดกันยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อใดก็ตามที่สตรีคนไหนมีรอบเดือน พวกเธอยังจะถูกห้ามไม่ให้ทำกิจวัตรประจำวันเช่น การอาบน้ำ การไปโรงเรียน การอ่านหนังสือหรือการทำงานต่างๆที่พวกเธอเคยทำในช่วงปกติ เรียกได้ว่าเมื่อใดก็ตามที่มีรอบเดือนนั้น พวกเธอจะเหมือนคนที่ตายไปจากสังคมเลยทีเดียว ความเชื่อนี้ก็มาจากความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่มีเรื่องเล่ากันมาช้านานว่า ในช่วงที่ผู้หญิงมีรอบเดือนนั้น ถ้าไปสัมผัสต้นไม้ ต้นไม้ก็จะไม่ออกผล ถ้ากินนมวัว วัวก็จะไม่ให้นม ถ้าอ่านหนังสือ เทพีสรัสวดีก็จะโกรธและลงโทษ ถ้าไปสัมผัสมนุษย์คนที่ถูกสัมผัสก็จะป่วย

ด้วยคุณภาพชีวิตที่ย่ำแย่ที่พวกเธอต้องเผชิญกับความเชื่อที่ดูเหมือนจะไร้เหตุผลนี้นั้น ทำให้มีหลายคนต้องเสียชีวิตขณะที่ถูกเนรเทศให้มาอยู่ในเชาช์ปูดี อย่างเช่นเด็กสาวอายุ 16 ปี ที่เสียชีวิตเนื่องจากการขาดอากาศหายใจ มีคนพบร่างที่ไร้ลมหายใจของเธอนอนอยู่บนพื้น ข้างๆตัวมีกองไฟเล็กๆ

 

ผลการชันสูตรพบว่าเธอขาดอากาศหายใจจากการที่จุดกองไฟไว้ในกระท่อมที่ไม่มีอากาศถ่ายเท เหตุผลที่เธอจุดกองไฟก็เนื่องมาจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นและอุปกรณ์ป้องกันความหนาวมีเพียงแค่พรมผืนเล็กๆ เท่านั้นเอง และเธอไม่ได้เป็นเพียงคนเดียวที่เสียชีวิตเนื่องมาจากความเชื่อนี้ ทุกๆปีจะต้องมีรายงานการเสียชีวิตของผู้ที่ถูกเนรเทศมาอยู่เชาช์ปูดี จากหลายๆสาเหตุทั้งความอ่อนแอของร่างกาย รวมไปถึงการถูกสัตว์ป่าโจมตี

ในปี 2005 ทางรัฐบาลเนปาลได้สั่งให้ยกเลิกประเพณีนี้โดยเด็ดขาดแต่ขึ้นชื่อว่าความเชื่อแถมยังปฏิบัติกันมานานเป็นร้อยๆปีแล้ว ความเชื่อนี้ก็ยังถูกปฏิบัติกันต่อไปโดยไม่สนใจคำประกาศของรัฐเลยแม้แต่นิดเดียว
ข้อมูลและภาพจาก spokedark

cr:http://www.liekr.com

เรื่องเกี่ยวข้องอื่น